คำว่า “นาฬิกา” มีที่มาอย่างไร

คำว่า “นาฬิกา” มีที่มาอย่างไ

                                               
          นาฬิกา เป็นเครื่องบอกเวลาที่มนุษย์มีใช้มานานแล้ว ตั้งแต่ในยุคอียิปต์ ก็มีนาฬิกาแดดใช้ ในจีนโบราณก็เริ่มมีนาฬิกาน้ำที่แม่นยำมากขึ้น เป็นต้น มาถึงตรงนี้เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราเรียกเครื่องบอกเวลาว่า “นาฬิกา” ซึ่งไม่มีเค้าว่าจะมีความหมายเกี่ยวกับเวลาตรงไหนเลย ในวันนี้เราจะมาหาคำตอบเกี่ยวกับข้อสงสัยนี้กัน
          “นาฬิกา” มาจากภาษาบาลีคำว่า “นาฬิเก” ซึ่งแปลว่า มะพร้าว เนื่องจากว่าคนไทยในสมัยก่อนใช้กะลามะพร้าวเจาะรูรอยน้ำเป็นเครื่องกำหนดเวลา ซึ่งเราจะเห็นได้ในการแข่งขันชนไก่กัน โดยกำหนดให้กะลาจม 1 ครั้งคือช่วงเวลา 1 ยก ในเวลาต่อมาในสมัยอยุธยา ฝรั่งได้นำเอาเครื่องกำหนดเวลาที่ใช้เครื่องจักรเข้ามาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโดยมองซิเออร์ เดอโชมองต์ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งเข้ามาเจริญพระราชไมตรีใน พ.ศ.2228 นำเข้ามาถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการอย่างหนึ่ง แต่เครื่องบอกเวลาที่เป็นเครื่องจักรนี้ในรัชกาลที่ 2 เรียกว่า นาฬิกาฝรั่ง และในภายหลังเรียกให้ชัดเจนขึ้นว่า นาฬิกากล

                                             

          ถึงแม้ว่านาฬิกาจะเข้ามาในเมืองไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นแล้ว แต่นาฬิกาก็ไม่ได้ใช้กันแพร่หลายมากนัก มีแต่บุคคลชั้นสูงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ใช้ สันนิษฐานว่าคนไทยทั่วไปได้ใช้นาฬิกามากขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพราะได้โปรดให้กรมขุนราชสีหวิกรมเกรียงไกรทรงคิดแบบสร้างหอนาฬิกาขึ้นในพระบรมมหาราชวัง จึงเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่ประชาชนได้มีนาฬิกาขนาดใหญ่ไว้ดูเวลา นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแนะให้ขุนนาง ข้าราชการ พระสงฆ์ และผู้ใกล้ชิดให้รู้จักใช้นาฬิกาก่อน ซึ่งทำให้ต่อมาภายหลังผู้มีฐานะจึงได้เริ่มใช้ตาม ทำให้มีพ่อค้านำนาฬิกาเข้ามาขายมากขึ้น จนในที่สุดคนไทยจึงใช้นาฬิกากันอย่างแพร่หลายจนทุกวันนี้