10 ข้อสำหรับการเลือกซื้อนาฬิกาให้ถูกใจตัวเอง

1.เลือกตามสไตล์และการออกแบบ (Your Live Style) คือ เราต้องให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของนาฬิกาเรือนนั้นๆ กับสถานที่ที่เราจะเดินทางไป พร้อมทั้งกิจกรรมที่เราจะทำ บวกกับเครื่องแต่งกายในวันนั้นๆของเรา โดยในมุมมองการใส่นาฬิการะดับสากล จะแบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆ ดังต่อไปนี้

      1.1ใช้ใส่ตอนออกงาน พบปะผู้คน หรือจะวันทำงานที่ใส่เชิ้ตสีเรียบๆ จะเป็นทอง แบบโลหะไทเทเนียมบางเบาพิเศษ หรือโลหะSS

      1.2เน้นยี่ห้อ ใครออกแบบ ประวัติความเป็นมาของนาฬิกาเรือนนั้นๆ มีความเป็นเอกลักษณ์ และบ่งบอกรสนิยมของคุณ เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษของคุณ

      1.3 Sports ใช้ในการเล่นกีฬา มีความคงทนเป็นพิเศษ ต้องทนแรงดันได้ประมาณ 10atm หรือ 100m เป็นอย่างต่ำ ถ้าจะให้ดี ควรเป็นรุ่น Divers 20atm หรือ 200m ขึ้นไป

2. ควรคำนึงถึงวัสดุผลิตที่คุณชอบและปัจจัยเอื้อถึง เป็นตัวเรือนพลาสติก เหล็ก หรือโลหะอื่นเช่นสแตนเลช ไททาเนียม ทอง

3.  กระจกจะเป็นกระจก พลาสติก หรือคริสตัลที่ทนรอยขูดขีด (Mineral Crystal or Sappire Crystal)   ส่วนใหญ่นาฬิการะดับ Hi-End ล้วนใช้ Sappire Crystal 

4. น้ำหนัก มีผลมากกว่าที่คิด โลหะอย่างเหล็กจะหนักกว่าไททาเนียมมาก ถ้าคุณลองใส่ทั้งวัน บวกกับงานในวันนั้นๆของคุณที่จะต้อง Work On Site เนี่ย มันจะเพิ่มความเมื่อยให้กับคุณหรือไม่

5. นาฬิกาเป็นแบบคว๊อทซ์ (Quartz) หรือแบบเครื่องกล (Mechanic) แบบคว๊อทซ์จะเป็นระบบเดินเวลาเป็นจังหวะทำให้เข็มวินาทีขยับทีละวินาที ไม่เลื่อนนิ่มๆแบบเครื่องกลซึ่งมีความซับซ้อนกว่า

6. Function Chronograph คือนาฬิกาที่จับเวลาได้ มีปุ่มเริ่มปุ่มหยุดและรีเซต ถ้าสามารถรีเซตได้โดยไม่ต้องกดหยุดก่อน จะเรียกว่า flyback ยิ่งถ้าจับเวลาละเอียดกว่าวินาทีจะเรียกว่า Rattrapante  ส่วนใหญ่ในข้อนี้ จะใช้ในสมัยก่อนมากกว่าปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีก้าวใกล้ เราอาจจะใช้ Samsung Hero เพื่อจับเวลาแทนก็ได้ แม่นยำเช่นกัน เพราะ นาฬิกาจักรกลถึงจะแพงแค่ไหน ความแม่นยำ ยังไงก็สู่ระบบดิจิตอลไม่ได้ 

7. ถ้าเข็มเรืองแสงดูในที่มืดได้ เรียกว่า Luminous หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า"พรายน้ำ"  และนอกจากนี้ ยังมีที่ดีกว่า luminous  ซึ่งก็คือ Gas Tube ซึ่งจะบรรจุก๊าซ Tritium เรืองแสงไว้ โดยอายุครึ่งคาบยาวนานกว่า luminous 2-3เท่า จึงทำให้ เมื่อบรรจุความเข้มแสงเต็ม จะสามารถส่องสว่างได้ 6-10 ชั่วโมง เลยทีเดียว ดังนั้น จึงเหมาะกับเหล่าทหารหาญลาดตะเวน ยิ่งนัก  จากตรงนี้จะสังเกตเห็นข้อแตงต่างกันชัดเจนอย่างนึง คือ  luminous จะแบนราบ แต่ Gas tube จะเป็นแท่งๆนูนขึ้นมาจากพื้นผิวหน้าปัดนาฬิกา

8. ถ้านาฬิกาแสดงเวลาหลายๆประเทศหลายๆช่วงเวลา เรียกว่า Multiple time zones อันนี้เหมาะมากกับหนุ่มสาวนักบิน แอร์โฮสเตสที่จะต้องบินไปหลายๆประเทศในเวลาติดๆกัน นาฬิกาเรือนเดียวครับ รู้เวลาทุกประเทศ

9.Tachometer/Tachemeter คือตัวเลขรอบกรอบนาฬิกาที่ใช้วัดความเร็วต่อหนึ่งกิโล/ไมล์ เช่นถ้าขับรถครบหนึ่งกิโล เข็มวินาทีชี้ไปที่เลข 60 หมายถึงรถขับเร็ว 60 กิโลต่อชั่วโมง

10.Perpetual calendar คือนาฬิกาที่แสดงวันที่ และสามารถปรับวันที่อัตโนมัติเมื่อผ่านวันสุดท้ายของเดือน อย่างเดือนกันยามี 30 วัน เมื่อพ้นวันที่ 30 จะเปลี่ยนเป็นวันที่ 1 แทนที่จะเป็น 31

 

บทความนี้คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ สำหรับ ท่านที่กำลังมองหานาฬิกาคู่ใจสักเรือนนึง แต่อาจจะยังตัดสินใจไม่ค่อยถูก ไม่รู้ว่าอะไรที่เข้ากับตัวเองที่สุด และหลายๆท่าน ก็คงจะเริ่มพอเห็นภาพกว้างๆอีกบางมุมมองว่า "สำหรับในหลายๆคนแล้ว การใส่นาฬิกาไม่ใช่แค่เพียงบ่งบอกเวลา แต่มันได้บ่งบอกความเป็นตัวคุณเอาไว้ในนั้นด้วย"