ความรู้ภาษาของนาฬิกา

เกร็ดความรู้ในภาษาของนาฬิกา

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ในเรื่องของศัพท์เฉพาะบางอย่างเกี่ยวกับนาฬิกา ซึ่งบางทีนักสะสมบางคนก็ยังเรียกกันไม่ถูกเลยด้วยซ้ำ ศัพท์ภาษาของนาฬิกานั้นบางคำจะค่อนข้างแปลกนึกภาพไม่ออก บางคำนั้นจะไม่มีแปลไว้ในพจนานุกรมเลยด้วยซ้ำ วันนี้เราเลยจะมาบอกเล่าเพื่อเป็นเกร็ดความรู้กัน

Arabic Number

     ยังเป็นคำง่ายๆที่หลายคนอาจจะพอเข้าใจอยู่บ้าง แต่หากไม่เข้าใจ Arabic Number มันก็คือตัวเลขอาราบิกปกตินี่แหละครับ ซึ่งตัวเลขนั้นก็คือตัวเลขที่อยู่บนหน้าปัดนาฬิกาที่ใช้บอกเวลานั่นเอง ซึ่งก็ยังมีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆของตัวเลขอาราบิกนั้นก็คือ ต้นกำเนิดของตัวเลขอาราบิกนั้นได้กำเนิด ณ ประเทศอินเดีย แล้วได้ถูกนำเข้าไปสู่ยุโรป โดยชาวอาหรับ ในช่วงคริสทศวรรษที่ 10 และได้ใช้กันเป็นสากลจนถึงปัจจุบัน


Antimagnetic Watch
     
   เป็นนาฬิกาที่มีกลไกที่มีระบบที่ป้องกันตัวเองให้อยู่ได้กับสิ่งต่างๆบนโลก โดยเฉพาะกับสนามแม่เหล็กนั้นเป็นที่อันตรายกับนาฬิกาเป็นอย่างมากเพราะว่าคลื่นแม่เหล็กนั้นเป็นตัวรบกวนระบบการทำงานของนาฬิกา ทำให้ระบบการเดินของนาฬิกา หากเราจะเลือกนาฬิกาสักเรือนนั้นควรเลือกนาฬิกาที่ได้รับมาตรฐานการรับรอง ISO แต่สำหรับ Antimagnetic Watch สนามแม่เหล็กไม่สามารถทำอะไรได้

Applied Numerals (Applique)

     การติดตั้งตัวบอกเวลาที่เป็นโลหะให้นูนสวย

Analogue
     คือนาฬิกาที่มีเข็มเพื่อแสดงเวลา ซึ่งตรงตามส่วนที่นักประดิษฐ์นาฬิกานั้นนำมาใช้เมื่อนาฬิกา Quart เป็นที่แพร่หลาย

Art Deco
     เป็นการออกแบบในระบบของช่วงยุคทศวรรษที่ 20’s - 30’s

Assembling
    วิธีการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ขอระบบกลไกนาฬิกา โดยการประกอบกลไกเหล่านี้นั้นถูกประกอบด้วยมือของมนุษย์ทั้งหมด

Automatic Watch
     นาฬิการะบบที่ใช้เดินอัตโนมัติซึ่งเป็นการเดินอัตโนมัติโดยการไขลาน ด้วยการเคลื่อนที่ของแผ่นโรเตอร์ที่ส่งพลังงานไปยังสู่เมนสปริง

Crown
     โดยทั่วไปแล้วคำนี้แปลว่ามงกุฎ แต่ศัพท์ทางนาฬิกานั้นหมายถึง เม็ดมะยม ที่ใช้สำหรับไขลานและปรับเวลา

Crystal
     กระจกบนหน้าปัดของนาฬิกาที่มีผลึกควอตซ์ และแซฟไฟร์สังเคราห์ ที่ป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนได้แทบจะ 100%

Dial
      หน้าปัดของนาฬิกา ข้างในหน้าปัดนั้นเรียกว่า Auxiliary หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Subsidiary dials

Divers Watch
     เป็นนาฬิกาที่เหมาะสำหรับการดำน้ำและป้องกันแรงดันน้ำได้อย่างดี แต่ส่วนระดับการป้องกันแรงดันนั้นก็จะถูกกำกับไว้บนตัวเรือนนาฬิกาว่าลึกขนาดไหน

Gold
     ทอง เป็นที่นิยมนำมาทำตัวเรือนและสายซึ่งสีทองนั้นมีอยู่ถึง 3 โทนสีด้วยกันได้แก่ ทองเหลือง (Yellow Gold) ทองชมพู  (Rose Gold) และทองขาว (White Gold)

Bezel
     กรอบโลหะที่ใช้ยึดหน้าปัดกระจกเป็นเหมือนวงแหวน ซึ่งบางรุ่นบางยี่ห้อนั้นจะเป็นวงแหวนที่สามารถหมุนได้

Chronograph
    คือชื่อเรียกของนาฬิกาที่มีระบบจับเวลา ที่มีกลไกที่อิสระ มีทั้งระบบที่ใช้ปุ่มเดียว และแบบ 2 ปุ่ม แต่โดยสากลส่วนใหญ่แล้วนั้นจะใช้ 2 ปุ่มเสียมากกว่า

Chronometer
     คุณสมบัติพิเศษนั้นคือ การเดินที่เที่ยงตรง แทบจะไม่มีความคลาดเคลื่อนเลย ซึ่งได้รับการรับรองและตรวจสอบจาก COSC (Controle Officiel Suisse des Chronometer Control) จากประเทศอังกฤษ อีกด้วย

Solar Powered
     นาฬิกาที่มีส่วนรับแสงที่รับแสงเพื่อนเปลี่ยนมาเป็นกระแสไฟฟ้ามาเป็นพลังงานกลไก

Stopwatch
     คือเครื่องมือในการจับเวลา นาฬิกาจับเวลาที่เข็มนาฬิกาจะแสดงเวลาที่ใช้ปอยู่เช่นนั้นจนกว่าจะได้รับการปรับตั้งใหม่

Sweep  Second (centre Seconds)
     เข็มวินาทีที่อยู่บนตัวเรือนนาฬิกา

Swiss made
     สมาพันธ์สวิสได้ประกาศในวันที่ 29 ธ.ค. 1971 ว่า นาฬิกาที่มีสิทธ์ใช้คำว่า Swiss made นั้นจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
     1.  ชิ้นส่วนต่างๆของนาฬิกานั้นจะต้องเป็นชิ้นส่วนที่ถูกผลิตจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์มากกว่า 50%
     2. นาฬิกานั้นจะต้องกอบในประเทศสวิสเซอร์แลนด์เพียงเท่านั้น
     3. แผนการผลิตและการควบคุมนั้นจะต้องเป็นผู้ผลิตที่อยู่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์เท่านั้น
     4. นาฬิกานั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบทางเทคนิคของประเทศสวิสเซอร์แลนด์

Tachymeter (Tachymeter)
     เป็นเหมือนเครื่องที่ช่วยคำนวณความรวดเร็วเป็นอัตราส่วนไมค์ต่อชั่วโมง สเกลวัดมักจะอยุ่บนตัวหรือรอบขอบวงแหวน

Vibration
     เป็นการแกว่งครึ่งรอบ เพื่อวัดความถี่ของนาฬิกาที่มีกลไก ซึ่งมีหน่วยวัดเป็น VPH

Water Resistant
     หมายถึง กันน้ำ ซึ่งคำๆนี้ผิดกฎหมายในประเทศสหรัฐอเมริกา เหตุเพราะว่าเป็นการอ้างถึงคุณสมบัติของนาฬิกาเกินกว่าความเป็นจริง เนื่องจากนาฬิกาประเภทนี้ต้องมีแรงต้านทานแรงดันของน้ำที่มีความลึกอย่างต่ำคือ 1 เมตรได้นานถึง 30 นาที และความลึก 20 เมตร 90 วินาที ซึ่งเป็นมาตรฐานขึ้นต่ำของนาฬิกาประเภท Driver เพราะเป็นเพียงแค่มาตราฐานขั้นต่ำสำหรับนาฬิดำน้ำด้วยซ้ำไป

Winding
     เป็นการไขลานเพื่อให้เมนสปริงแน่นขึ้น โดยใช้มือไขลาน

World Time
     คือนาฬิกาที่มีความสามารถที่บอกเวลาได้ทั่วโลก ซึ่งสามารถบอกเวลาได้ทั้งหมด 24 โซน

Platinum
    โลหะที่มีสีขาวเงิน ใช้สำหรับทำตัวเรือนและสายของนาฬิกา

Power Reserve (up and down) Indicator
     คือหน้าปัดที่แสดงให้รู้ถึงเวลา

Quartz
     หินผลึกชนิดหนึ่งที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ซิลิคอนไดออกไซด์ (Silicon dioxide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของนาฬิกาที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เรียกว่า ควอตซ์

Radio Conteolled
     นาฬิกาควอตซ์ที่ใช้คลื่นสัญญาณจากพลังงานซีเซียมที่เดินเที่ยงตรงระดับสูง

Rotor
     มีลักษณะแผ่นแบนบางรูปพัดในนาฬิกาที่ใช้ระบบ Automatic โรเตอร์มีหน้าที่เคลื่อนที่ด้วยน้ำหนักของตัวเอง ผสมผสานกับการเคลื่อนไหวของข้อมือผู้สวมใส่ส่งแรงไปยังเมนสปริงเพื่อให้ทำงาน

Ruby
     คือทับทิม รัตนชาติที่ใช้เป็นลดการเสียสีของการทำงานของกลไกนาฬิกา และในปัจจุบันนี้ได้มีการใช้ทับทิมสังเคราห์แทนทับทิมตามธรรมชาติแล้ว

Sapphire
     คือกระจกหน้าปัดนาฬิกาชนิดพิเศษที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้เกือบ 100% ซึ่งเป็นวัตถุสังเคราห์

Screw-Down Crown
     เป็นเม็ดมะยมที่มีรูปแบบขันเกรียนแน่นเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าตัวเรือนนาฬิกา เช่น น้ำ หรือฝุ่น

Skeleton Watch
     เป็นนาฬิกาที่โชว์กลไกภายในให้เห็นถึงการทำงานซับซ้อน

LCD (Liquid Crystal Display)
     คือ หน้าปัดในรูปแบบดิจิตอลที่สามารถเรืองแสงได้

LED (Liquid-Emitting Display)
     เป็นตัวเลขที่เรืองแสงอยู่บนนาฬิกาดิจิตอลเช่นเดียวกับ LCD

Lug
     เป็นเหมือนตัวเขี้ยวหรือสลักตะขอ ที่มีลักษณะเชื่อมระหว่างนาฬิกากับสายนาฬิกา หรือบางทีก็จะเป็นในรูปแบบของ Bar

Movement
     คือกลไกที่สมบูรณ์สำหรับนาฬิกา ซึ่งมีส่วนประกอบมากถึง 120 – 600 ชิ้น