สะพายกระเป๋าเป้อย่างไรให้ไม่ปวดหลัง

          เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมระยะหลังๆมานี่ เด็กๆตั้งแต่วัยประถมจนวัยมัธยมเริ่มมีอาการปวดหลังกันมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ก็ยังอายุน้อยกันอยู่ แต่หากเด็ก ๆเหล่านั้น สะพายกระเป๋าเป้อยู่เป็นประจำทุกวันก็หายสงสัยกันได้เลยค่ะ เพราะสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ปวดหลังก็คงจะมาจากเจ้ากระเป๋าสะพายใบโตนี่แหละ ยิ่งหากสะพายไม่ถูกหลักด้วยล่ะก็คงต้องทรมานกับอาการปวดหลังกันต่อไปอีกยาว วันนี้เราเลยนำข้อมูลดี ๆ จาก Natural healthy concepts มาฝากกัน จะได้รู้ว่าอาการจากการสะพายกระเป๋าเป้ไม่ถูกวิธีจะมีอะไรบ้าง และตามหลักแล้วเราต้องสะพายกระเป๋าอย่างไร เพื่อไม่ให้ปวดหลัง

 

 

        จะพบอาการบาดเจ็บจากการสะพายกระเป๋าเป้

        โดยส่วนมากแล้ว อาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นจากการสะพายกระเป๋าเป้ มักจะมีสาเหตุมาจากน้ำหนักของกระเป๋าเป้ที่มากเกินไป ทำให้หลังต้องรับภาระน้ำหนักเกินพิกัด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้ขึ้นกับร่างกายเราได้

  • ปวดหลัง ไหล่ คอ แขน และมือ
  • กล้ามเนื้อตึงและอ่อนแอ
  • ชาและเจ็บที่แขน
  • เสียการทรงตัวและกระดูกสันหลังโค้งงอ

      

 

       วิธีสะพายกระเป๋าเป้ที่ถูกต้อง

       เพื่อป้องกันอาการปวด หลัง และอาการไม่พึงประสงค์ทั้งหลายอย่างที่บอกไป ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด จึงแนะนำให้สะพายกระเป๋าเป้ดังนี้ค่ะ

  1. ไม่ควรพกของใส่กระเป๋าเป้มากเกินไป โดย เฉลี่ยแล้วต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 10% ของน้ำหนักตัว กล่าวคือ ถ้าร่างกายหนัก 30 กิโลกรัม ควรต้องสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักไม่เกิน 3 กิโลกรัม
  2. วิธีการจัดของในกระเป๋าควรวางของที่มีน้ำหนักมากที่สุด ไว้ให้ชิดกับหลังให้มากที่สุด จะเรียงน้ำหนักไล่จากมากไปหาน้ำหนักน้อยก็ได้ แต่ไม่ควรให้ของไหลไปมาตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย
  3. สะพายกระเป๋าทั้งสองไหล่ ไม่ควรสะพายไหล่เดียว หากมีสายรัดเอวก็ควรรัดด้วย
  4. วิธีการปรับสายกระเป๋า ควรปรับให้อยู่สูงจากระดับเอวประมาณ 2 นิ้ว
  5. วิธีการปรับความยาวของกระเป๋าให้สะพายได้กระชับพอดีหลังที่สุด